ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search

Latest topics
» เป็นอาการตอนนอนหลับ
Fri Sep 30, 2011 3:51 am by Admin

» ขออนุญาตนำ บทความเจาะกรรม รหัสนาม บุศบก และ เสด็จแม่ มาลงเจ้าค่ะ
Tue Sep 27, 2011 4:38 pm by Admin

» ขออนุญาตนำ บทความเจาะกรรม รหัสนาม รินทิป และ กินบ่เสี้ยง มาลงเจ้าค่ะ
Tue Sep 27, 2011 4:32 pm by Admin

» ขออนุญาตนำ บทความเจาะกรรม รหัสนาม หมูกบลา มาลงเจ้าค่ะ
Tue Sep 27, 2011 4:28 pm by Admin

» ขออนุญาตนำ บทความเจาะกรรม รหัสนาม ฤๅษีตาไฟ มาลงเจ้าค่ะ
Mon Sep 26, 2011 4:14 pm by Admin

» ไหว้พระ9วัดกรรมฐาน9กองวันที่ 9 เสริมความก้าวหน้าในชีวิต กับอ ก๋ง
Sat Sep 03, 2011 8:21 am by Admin

» อยากดูดวงจัง
Fri Aug 12, 2011 5:57 am by Arthitiya koomchai

» ปิดตำนาน สาริกาลิ้นทอง เลิกถ่ายพลังเมตตา หมดแล้วจริงๆ
Sun Aug 07, 2011 1:08 pm by Admin

» ~~~ ` • • ดู เนื้อคู่ โชคลาภ โดยใช้ ไข่ กับ ใบไม้ Free !!! • • ’ ~~~
Sat Jul 16, 2011 3:22 am by Admin

Affiliates
free forum


จากที่อ.อธิบายไม่ชัดเจนว่า อ.เล่ากรรมได้ยังไง???

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

จากที่อ.อธิบายไม่ชัดเจนว่า อ.เล่ากรรมได้ยังไง???

ตั้งหัวข้อ  kittytitti on Tue May 10, 2011 9:18 pm

จากที่อ.อธิบายไม่ชัดเจน เรื่องที่ว่า อ.เล่ากรรมได้ยังไง ข้าพเจ้าขอยกข้อความในหนังสือของพระมหาวีระ ถาวโร (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ชื่อหนังสือ “เรื่องจริงอิงนิทาน” หน้า 93-95 พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2524
มาอธิบายนะคะ ท่านว่าไว้ดังนี้

"มีความมุ่งหมายอยู่ว่า "ต้องการให้ลูกรักของพ่อทุกคนรู้จักความจริง" ความจริงที่เราหนีไม่ได้ที่พระพุทธเจ้าเรียก "สัจธรรม" คือธรรมะที่พระอริยเจ้าทรงไว้ หรือ ธรรมะที่ทำให้คนเป็นพระอริยเจ้า
พ่อขอเตือนลูกรักทั้งหลาย จงจำไว้เสมอ ขณะที่ฟังพ่อพูดให้ตั้งใจไว้ในสมาธิ ศีล สมาธิ ปัญญา ฟังไปด้วย ใช้ ศีล สมาธิ ปัญญา รวมตัวกันเข้าไว้ในจุดเดียวกันจะทำให้สะอาด
ศีล ขัดเกลาภาคพื้นของใจให้ดี
สมาธิ จับอารมณ์ใจให้นิ่ง
ปัญญา ชำระล้างความสกปรกของจิต จิตมีอารมณ์ผ่องใส
เมื่อจิตมีอารมณ์ผ่องใส กำลังใจก็เป็นทิพย์อยากรู้อะไรก็รู้ได้ทันทีทันใด ที่เราเรียกกันว่า ใช้ทิพย์จักขุญาณ หรือจุตูปปาตญาณ เจโตปริยญาณ อตีตีงสญาณ อนาคตังสญาณ ปัจจุบันนังสญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ และยถากรรมมุตาญาณ โดยเฉพาะลูกรักดของพ่อทุกคนได้อภิญญาเล็ก คือ มโนมยิทธิ หมายถึง มีฤทธิ์ทางใจ คำว่า มีฤทธิ์ทางใจ ก็คือ ใจมีฤทธิ์ คำว่าฤทธิ์ หมายถึงเก่ง คือใจเก่งกว่าใจธรรมดา สามารถถอดจิตออกจากร่างไปสู่ภาพต่างๆได้ เราจะไปเที่ยวเมืองสวรรค์ก็ได้ ไปเที่ยวพรหมโลกก็ได้ ไปเที่ยวเมืองนิพพานก็ได้ ไปเที่ยวเมืองนรกก็ได้ สู่แดนเปรตอสุรกายก็ได้ และในโลกมนุษย์นี่จะไปมุมไหนก็ได้ ประเทศไหนๆก็ได้ บ้านใครสำนักงานไหนเขาหวงเราก็ไปได้ นี่กรมีฤทธิ์ทางใจเป็นของดี
แต่ทว่ามีบางคน ตำหนิพระพุทธเจ้าว่า พระพุทธเจ้าไม่น่าสอนหลักวิชชาสาม อภิญญาหก ปฎิสัมภิทาญาณ เพียงสอนขั้นสุขวิปัสโกอย่างเดียวก็พอ

คำว่า สุขวิปัสโก หมายความว่า จิตสะอาดปราศจากกิเลส ไม่มีความรักในเพศ ไม่มีความโลภ ไม่มีความโกรธ ไม่มีความหลง จิตมีอารมณ์เป็นสุข จิตมีความเยือกเย็น ไม่มีทุกข์ มีอารมณ์สบาย นี่ความเเป็นพระอรหันต์
เตวิชโช (วิชชาสาม) สามารถทำทิพย์จักขุญาณให้ปรากฏ และหมดกิเลสสามารถละลึกชาติได้ มีวิชชาแปดอย่างที่เรียกว่า ญาณ 8
ฉฬภิญโญ หมายถึงมีอภิญญาหก สามารถเนรมิตอะไรก็ได้ มีหูเป็นทิพย์ มีทิพย์จักขุญาณ มีญาณ 8 อย่างครบเช่นเดียวกับ เตวิชโช และมีอิทธฤทธิ์มีฤทธิ์ทางใจ เป็นต้น และจิตหมดกิเลส
ผฎิสัมภิทาญาณ หมายถึงความรู้พิเศษ สามารถรับรู้ธรรมะทุกอย่างทรงพระไตรปิฎก คำว่า ไม่รู้ ไม่มี และสามารถรู้ภาษาสัตว์ และภาษาคนทุกภาษา ได้โดยไม่ต้องศึกษา แต่ทว่าเนื้อแท้จริงๆ ก็คือ ความเป็นพระอรหันต์ มีความรู้ทั้ง เตวิชโช และ ฉฬภิญโญด้วย

เป็นอันว่าบางท่านบอกว่า พระพุทธเจ้าไม่่น่าจะสอนแบบนี้ เสี่ยงภัยเกินไป แต่พ่อก็ขอเตือนลูก ถ้ามีใครเขาถามว่า ทำไมจะต้องเรียน อภิญญาสมาบัติ ทำไมจะต้องมีทิพย์จักขุญาณ เห็นผี เห็นเทวดา เห็นสวรรค์ เห็นนรกได้ ทำไมจะต้องมีการยกจิตไปท่องเที่ยวตามภพต่างๆได้ การรู้ว่าคนและสัตว์นี่ ก่อนเกิดมาจากไหน ตายแล้วไปไหน เจโตปริยญาณ รุ้วาระน้ำจิตของคนและสัตว์ว่า มันชอบอะไร คิดอะไร คิดดี คิดชั่ว มีกิเลสตัวไหนอยู่บ้าง ปุพเพนิวาสานุสติญาณ สามารถระลึกชาติต่างๆได้ ถอยหลังไปดูว่าเราเกิดมาแล้วกี่ชาติ เคยเกิดเป็นอะไรมาบ้าง อตีตีงสญาณ รู้เหตุการณ์ในอดีต อนาคตตังสญาณ รุ้เหตุการณ์ในอนาคต ปัจจุบันนังสญาณ รุ้ว่าเวลานี้ใครอยู่ที่ไหนใครกำลังทำอะไรอยู่ ยถากรรมมุตาญาณ รู้ว่าเขามีสุข มีทุกข์เพราะผลจากอะไรเป็นสำคัญ ความจริงความรู้แบบนี้ ถึงแท้ว่าเราไม่เป็นพระอรหันต์ เราก็รู้ได้ ถ้าใครเขาถามว่า ศึกษาทำไม
ก็ควรจะตอบว่า "ศึกษาเพื่อกันความสงสัย จะได้ไม่สงสัยคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้ไม่ประมาทในชีวิต"

ถ้าใครเขาจะแย้งว่า ดูอย่างพระเทวทัตเพราะอาศัยได้อภิญญาสมาบัติจึงลงอเวจีมหานรก อย่างนี้ก็ต้องย้อนถามเขาลงไปว่า "ท่านที่ได้อภิญญาสมาบัติในสมัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระ ชนม์อยู่หรือว่าปรินิพพานไปแล้วก็ตาม คนที่ได้อภิญญาสมาบัติลงนรกกี่คน และคนที่ได้อภิญญาสมาบัติไปนิพพานเท่าไร โดย เฉพาะอย่างยิ่งพระเทวทัตถ้าไม่ได้อภิญญาสมาบัติความยับยั้งก็ไม่มี ต้องลงอเวจีตามกฎของกรรมคือ 1 กัป แต่นี่พระเทวทัตลงอเวจีเพียงแค่ไม่ถึง 1 วันของอเวจี เพราะผลความดีที่มีความรู้ด้านอภิญญามีการยับยั้ง เหมือนกับคนตาดีเดินไปในกลุ่มหนามหรือเดินไปบนลานแก้วแตก จะวางเท้าลงไปก็ค่อยๆวาง เพราะมองเห็นหนามและแก้วแตก เกรงว่าจะบาดเท้า ตำเท้า จะเจ็บบ้างก็เล็กน้อย ไม่เหมือนกับคนตาไม่ดี ไม่เห็นว่าที่นั้นมีอันตราย เดินสวบๆเข้าไป ผลที่สุดก็โดนทั้งแก้วแตกทั้งหนามตำเต็มกำลัง ข้อนี้ฉันใด แม้คนที่ได้อภิญญาสมาบัติ และวิชชาสามก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่ากฎของกรรมบางอย่างจะบีบคั้น ก็มีการยับยั้ง.....""
avatar
kittytitti

จำนวนข้อความ : 39
Join date : 14/03/2011
Age : 26

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ